Make your own free website on Tripod.com

 [ตอนที่ 1]

             ข้อมูลที่ได้เรียบเรียงขึ้นมานี้ ดัดแปลงมาจากหนังสือเกี่ยวกับ Home Theater และเวบไซต์บางเวบ ดังนั้นข้อมูลที่ผมมีและเรียบเรียงไว้ จะเป็นข้อมูลเชิงใช้งานมากกว่าข้อมูลทางเทคนิค ดังนั้นถ้าท่านอยากรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี DVD ที่ลึกซึ้งแล้วละก็ บทความนี้เห็นจะไม่มีประโยชน์เท่าไรนัก
             แต่ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่สงสัยว่า "ไอ้ DVD นี่มันคืออะไรน้า มันดีตรงไหน เครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นหนัง VCD บ้านเราจะเล่นได้ไหม" ก็ตามผมมาได้เลยครับ

DVD คืออะไร...

             DVD (Digital Versatile Disc หรือ Digital Video Disc) คือสื่อบันทึกข้อมูลดิจิตอลด้วยระบบแสงที่ทันสมัยที่สุดและแพร่หลายที่สุดในปัจจุบันนี้ เกิดจากการพัฒนาและตกลงใช้มาตรฐานร่วมกันของ Sony และ Toshiba รูปร่างโดยทั่วไปแล้วดูเหมือนกับแผ่น CD ที่เราคุ้นเคยกันทุกประการ แต่วิธีการบันทึกและอ่านข้อมูลนั้นแตกต่างกันแผ่น CD สามารถบรรจุข้อมูลได้ประมาณ 690 mb หรือ 74 นาที ในขณะที่ DVD สามารถบันทึกได้หลายแบบ และบันทึกข้อมูลได้ถึงสองชั้น (Dual Layers) DVD ที่บันทึกเพียงชั้นเดียว (เรียกกันโดยทั่วไปว่า DVD5) ยังสามารถบันทึกได้ประมาณ 4.7 Gb (ประมาณ 5,000 Mb) ส่วน DVD แบบบันทึก 2 หน้า (DVD9) จะบันทึกได้ถึง 8.5 Gb หรือถ้าบันทึกทั้งสองหน้า จะบันทึกได้ร่วมๆ 18 Gb เลยทีเดียว

ดูภาพยนตร์บนแผ่น DVD

             เพราะความจุอันมหาศาลของ DVD นั้นเอง จึงสามารถบันทึกภาพยนตร์ทั้งเรื่องลงไปได้ในแผ่นเดียว โดยมีการบีบอัดข้อมูลน้อยที่สุด (ใช้ระบบการบีบอัดข้อมูลแบบ MPEG-2) ทำให้ได้คุณภาพที่ภาพที่ชัดเจนและเสียงที่สมบูรณ์ที่สุด กล่าวคือมีความละเอียดของภาพ 625 เส้น ในขณะที่แผ่น Laser Disc มีความละเอียดเพียง 425 เส้นเท่านั้น และสามารถบันทึกเสียงระบบ Digital แบบโรงภาพยนตร์ได้ ทั้ง Dolby Digital (AC-3) และ dts (5.1 Channel) ที่คมชัด
             นอกจากนั้น DVD ยังสามารถบันทึกเสียงพากษ์ของภาพยนตร์ได้ถึง 3-4 ภาษา ให้เลือก และคำบรรยายได้ 5-6 ภาษา นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกภาพยนตร์ด้วยแบบจอกว้าง (Wild Screen) หรือแบบธรรมดาเต็มจอ (Full Screen) โดยที่ในบางแผ่น จะมีฟังก์ชั่นให้เปลี่ยนมุมกล้องได้ด้วย ที่สามารถเลือกได้ และยังมีหนังตัวอย่างหรือฉากที่ถูกตัดออกแถมมาให้ดูกันเล่นๆอีกต่างหาก


ภาพยนตร์ในรูปแบบของ DVD

             ในการชมภาพยนตร์ที่บันทึกด้วยสื่อ DVD นั้น จะต้องมีเครื่องเล่น DVD ภาพยนตร์ (DVD Player) หรือ เล่นบนคอมพิวเตอร์ที่มี DVD-ROM Drive เครื่องที่มี CD-ROM Drive ธรรมดาจะเล่นไม่ได้ หรือเครื่องเล่น Video CD ที่ไม่ได้รองรับระบบ DVD ก็เล่นไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากใช้หัวอ่านคนละอย่างกัน เครื่องที่เล่นภาพยนตร์ DVD ได้ จะต้องมีสัญลักษณ์ DVD Video ที่เครื่องด้วย นอกจากนี้ท่านยังสามารถชมภาพยนตร์ DVD ผ่านเครื่องเล่นเกมส์ Playstation 2 และ X-BOX(ยังไม่ยืนยันข้อมูลตรงนี้) ก็ได้

การจำกัด Zone

             ผู้ผลิตเครื่องเล่น DVD และแผ่น DVD นั้นได้ตั้งข้อจำกัดไว้ว่า DVD ของกลุ่มประเทศใด จะต้องเล่นกับเครื่องเล่นในกลุ่มประเทศนั้น พูดง่ายๆคือการจำกัดว่า แผ่นที่ขายในสหรัฐอเมริกา จะนำมาเล่นในประเทศไทยไม่ได้ โดยการใส่รหัสกลุ่มประเทศ ที่เรียกกันว่า Zone หรือ Region ไว้ในแผ่น DVD ให้เล่นกับเฉพาะเครื่องเล่นที่มีรหัสกลุ่มประเทศตรงกันเท่านั้น ได้แก่
            
Zone 1 คือสหรัฐอเมริกา และอเมริกาเหนือ
             Zone 2 แบ่งเป็น Zone 2 NTSC ได้แก่ ญี่ปุ่น ประเทศเดียว และ Zone 2 Pal เป็นประเทศในยุโรป
             Zone 3 ได้แก่ประเทศในเอเชียตะวันออก นอกเหนือจากจีนและญี่ปุ่น เช่น ฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยเราก็อยู่ในโซนนี้
             Zone 4 เป็นของทวีปออสเตรเลีย และอเมริกาใต้
             Zone 5 เป็นของแอฟริกา รัสเซีย อินเดีย
             Zone 6 เป็นของประเทศจีน และ
             All Zone คือแผ่นที่ไม่มีการจำกัดในเรื่องของโซนไว้
             โดยปกติแล้ว ทั้ง Software และ Hardware ของ DVD จะจำกัดหรือบังคับให้ไม่สามารถใช้แผ่นข้ามโซนกันได้ แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะเดี๋ยวนี้เครื่องเล่น DVD โดยทั่วไปสามารถปลดล๊อกตรงนี้ได้หมดแล้ว โดยบอกกับร้านที่ท่านซื้อเครื่องมา

DVD vs VCD

             VCD หรือ Video CD นั้นเป็นการนำสัญญาณ Video มาแปลงเป็นสัญญาณ Digtal ด้วยการบีบอัดแบบ MPEG-1 ซึ่งต้องใช้การบีบอัดที่สูง เพื่อให้ทั้งภาพและเสียงสามารถบันทึกลงในแผ่น CD ธรรมดาๆ แบบเดียวกับที่เราเอาไว้ฟังเพลงหรือเล่นเกมส์ได้ แน่นอนว่าการบีบอัดข้อมูลที่สูง ย่อมได้ความละเอียด ภาพที่ต่ำ ภาพยนตร์ในรูปแบบของ Video CD จึงออกจะเห็นตารางโมเสกเป็นเหลี่ยมๆได้อย่างชัดเจน และเสียงยังเป็นระบบเสียงแบบ Analog Stereo ธรรมดา หรือดีที่สุดก็คือ Dolby Prologic (4 Chanel) นอกจากนี้ยังต้องใช้แผ่น Video CD ถึง 2 - 3 แผ่น ต่อภาพยนตร์ความยาวปกติ 2-3 ชั่วโมง 1 เรื่อง

ประโยชน์อื่นๆ ของแผ่น DVD

             การใช้ DVD ในแง่อื่นนอกจากบันทึกภาพยนตร์ ในปัจจุบันเท่าที่ทราบ ก็ได้แก่ DVD-Audio หรือแผ่นเพลงคุณภาพสูงมากๆ (ต้องเล่นบนเครื่อง DVD-Audio Player อีกนั่นแหละ) หรือใช้เป็นแผ่น DVD-ROM ซึ่งตอนนี้ยังไม่ค่อยเห็นมากนัก แต่ภาพยนตร์ DVD บางเรื่องก็เป็น DVD-ROM ที่สามารถเปิดเล่นได้ในคอมพิวเตอร์ได้ในตัว
             นอกจากนี้ เครื่องเกมส์ Playstation 2 และเครื่องเกมส์ X-BOX ก็ยังเลือกใช้ DVD-ROM เป็นสื่อ (Media) ในการบันทึกเกมส์ของตนอีกด้วย เพื่อให้ได้เกมส์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อมูลของ DVD Copy

             ในขณะนี้ ภาพยนตร์ DVD เริ่มมีแผ่น Copy ออกมาวางขายกันเกลื่อนแล้ว ซึ่งแบ่งเป็นสองแหล่งใหญ่ คือ พันธ์ทิพย์พลาซ่า ซึ่งรวมไปถึง IT Mall ต่างๆ มาบุญครอง และตะวันนาด้วย กับแหล่งคลองถมและสะพานเหล็ก แผ่นจากสองแหล่งนี้คาดว่ามีที่มาคนละที่ เพราะแตกต่างกันมากทั้งคุณภาพ หีบห่อ และราคา แผ่นพันธ์ทิพย์พลาซ่าจะมีราคาค่อนข้างสูงกว่า คือเรื่องละ 300 บาทขึ้นไป แต่จะเป็น DVD 9 หรือแผ่นมาเลเซีย คือสามารถดูและใช้ฟังก์ชั่นต่างๆได้เต็มเกือบเท่าแผ่นแท้ ส่วนแผ่นจากคลองถมและสะพานเหล็กจะมีราคาต่ำกว่า แบ่งเป็นสองระดับ คือ DVD5 หรือ DVD ที่บันทึกมาแบบชั้นเดียว (Single Layer) แผ่นแบบนี้จะมีราคาถูกกว่า คือแผ่นละ 150 - 180 บาท แต่ข้อเสียคือ จะขาดฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น หนังตัวอย่าง ฉากตัดต่างๆ (Deleted Scenes) หรือการเลือกระบบเสียงไป พูดง่ายๆคือดูได้แต่หนัง ในระบบเสียง Dolby Digital (5.1 Ch) และสามารถเลือก Subtitle ได้เท่านั้นเอง แต่เท่านั้นก็พอแล้วสำหรับการชมภาพยนตร์ปกติ
             นอกจากนี้ยังมีแผ่น DVD Copy แบบคุณภาพดีกว่า ที่เรียกว่า DVD9 ซึ่งเป็นแผ่นที่มีการบันทึกแบบสองชั้น Dual Layers แผ่นพวกนี้จะมีฟังก์ชั่นเกือบครบเหมือนแผ่นที่ซื้อที่พันธ์ทิพย์พลาซ่า เช่น สามารถเลือกระบบเสียงและภาษาได้ในบางเรื่อง มีฉากตัด หนังตัวอย่าง และมิวสิกวิดิโออยู่ครบถ้วน แผ่น DVD9 จะมีความแตกต่างจาก DVD5 ที่เห็นได้ภายนอกคือ แผ่นจะมีความหนามากกว่า และสะท้อนแสงออกสีทองแววๆหม่นๆ ในขณะที่ DVD5 จะสะท้อนแสงออกเป็นสีเงินใสๆ และตัวแผ่นมีความบางกว่า ซึ่งถ้าท่านไม่เคยซื้อแผ่น DVD9 มาก่อน ให้ขอดูแผ่นก่อนทุกครั้งก่อนจ่ายเงิน เพราะผมเคยโดนต้มซื้อ DVD5 ในราคา DVD9 มาแล้ว
             และในตลาดแผ่น DVD Copy ในปัจจุบันนี้ เริ่มมีแผ่น DVD Copy อีกแบบหนึ่งเข้ามา เรียกว่า "แผ่นมาเลย์ฯ" หรือแผ่นมาเลเซียนั่นเอง แผ่นมาเลย์จะผลิตมาจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งนัยว่าคุณภาพดีกว่าแผ่น DVD 5 ที่ผลิตในประเทศไทย บางครั้งแผ่นมาเลย์นี้ก็อาจจะเป็นแผ่น DVD5 ก็ได้ แต่ก็ขายในราคาเดียวกับ DVD9 เพราะถือว่าคุณภาพดีกว่า และที่น่าสนใจคือ มีหนังประเภท "ชนโรง" ที่คุณภาพดีมากๆเข้ามาด้วย ซึ่งคุณภาพภาพและเสียงนั้นดีเกือบๆ 95% ขึ้นไป และสามารถเลือกได้ทั้งเสียงระบบ Dolby Digital และ dts ได้ด้วย แต่ข้อเสียของหนังชนโรง (และแผ่นมาเลย์บางแผ่น) คือ Subtitle ภาษาไทย ที่บางครั้งก็ไม่มี หรือมีก็แย่มาก คือแปลเอง (ซึ่งแปลไม่ค่อยถูก) แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็ถือว่าพอทนได้ ดีกว่าแผ่น Zone 1 ที่สมัยหนึ่งนิยมนำมาใส่ Subtitle ไทยสำเนียงจีนเยอะ นอกจากนั้น แผ่นมาเลย์ยังให้ภาพที่เป็นระบบ Pal ซึ่งอาจจะเล่นกับเครื่องเล่น DVD บางรุ่น และเครื่องเกมส์ Playstation 2 ไม่ได้

การดู DVD ในเครื่องเกมส์ Playstation 2

             อันนี้เป็นของแถมสำหรับผู้เล่น Playstation 2 หรือกำลังตัดสินใจซื้อเครื่อง ซึ่งก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเครื่อง PS2 นี้สามารถใช้ดูภาพยนตร์ DVD ได้ด้วย (ได้เพียง DVD เท่านั้น VCD ยังไม่ได้) ซึ่งมีข้อจำกัดอยู่บ้างบางประการ คือ สามารถเล่นได้เฉพาะแผ่น DVD ภาพยนตร์แผ่นแท้ที่ตรงกับโซนของเครื่องเท่านั้น และถ้าเป็นเครื่องรุ่น SCPH 10000 และ SCPH 15000 ท่านจะต้องโหลดโปรแกรมเล่นภาพยนตร์ DVD จาก Utility Disc ที่แถมมากับเครื่อง ลงใน Memorycardเสียก่อน ท่านที่ใช้เครื่องรุ่น SCPH 10000 นั้น สามารถใช้ทริกเพื่อดู DVD แบบข้ามโซนได้ด้วย โดยการกดปุ่มขึ้นบนจอยธรรมดาของ PS (เดิม) ส่วน PS2 รุ่นหลังๆ จะไม่สามารถทำได้
             สำหรับ PS2 รุ่น SCPH 18000 และ SCPH 3000X นั้นจะมีระบบการเล่น DVD ภาพยนตร์อยู่ใน ROM ของเครื่องแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องโหลดโปรแกรมเล่น DVD ลง Memorycard สามารถใส่แผ่น DVD แล้วเล่นได้เลย และสามารถใช้ Remote ที่มีมากับเครื่องควบคุมได้ทันทีไม่ต้องผ่าน Controller Pad
             การเล่นแผ่น DVD Copy นั้น จะสามารถเล่นได้เกือบทุกแผ่น เพราะแผ่น Copy มักจะไม่ค่อยล๊อกโซนไว้ แต่ถ้าแผ่นบันทึกมาไม่ดี เครื่องจะไม่ยอมเล่นเหมือนกัน อย่างไรก็ดี ความสามารถในการเล่นแผ่นภาพยนตร์ DVD ของ Playstation 2 นั้นเป็นเพียงของแถมเพราะจุดมุ่งหมายของเครื่องคือเอาไว้เล่นเกมส์ แต่คุณภาพของภาพและเสียงก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว
             * ปัจจุบันนี้ มีอุปกรณ์เสริมชนิดหนึ่งเป็นเมมโมรีการ์ดชนิดพิเศษของเครื่อง Playstation 2 ซึ่งสามารถทำให้เครื่อง PS2 สามารถเล่นแผ่น DVD ภาพยนตร์ข้ามโซนได้ โดยมี Driver เล่น DVD ของมันมาให้ด้วย สนนราคาประมาณ 1,800 - 2,000 บาท สนใจหาซื้อได้ที่ร้านเกมส์ที่มีอุปกรณ์ PS 2 จำหน่าย หรือตามร้านเกมส์ในสะพานเหล็ก

             จริงๆบทความนี้จะพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องอีกเล็กน้อย คือเรื่องของระบบเสียงต่างๆ และศัพท์แสงภาษามนุษย์ต่างดาวต่างๆ ที่คนส่วนใหญ่ยังมึนตึ้บกันอยู่และถามกันมาบ่อยๆ เวลาไปเจอเขาขายเครื่องเล่นภาพและเสียงยุคใหม่ เช่น Dolby Digtal คืออะไร AC-3, MP-3, VCD, CVD, DTS, SDDS, *&^%#@!~ ฯลฯ เต็มไปหมด แต่ตอนนี้บทความเริ่มยืดยาวพอสมควรแล้ว เอาเป็นว่าไปต่อตอนหน้ากันดีกว่า

Home