Make your own free website on Tripod.com

Pearl Harbor

Pearl Harbor

สงคราม ความรัก และชีวิต

Pearl Harbor เป็นภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจากการอำนวยการสร้างของ เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์ ผู้อำนวยการสร้างที่สามารถเอาชื่อมาเป็นจุดขาย ของหนังที่เขาเข้าไปพัวพันด้วยในแบบเดียวกับที่ สตีเฟ่น สปีลเบิร์ก เป็น เพราะบรัคไฮเมอร์เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับ ในฐานะของผู้อำนวยการสร้างมือทอง ที่รู้จักเลือกและสร้างจุดขายให้กับหนังของเขาแต่ละเรื่องเป็นอย่างดี ความสำเร็จก่อนหน้าจาก Armageddon นับเป็นข้อพิสูจน์หนึ่งที่ชัดเจน อีกทั้งนี่คือการกลับมาร่วมงานกันในหนังทุนหนาอีกครั้งหนึ่งของเขากับ ไมเคิล เบย์ อดีตผู้กำกับมิวสิควีดีโอ ที่โด่งดังจาก The Rock (ซึ่งก็อำนวยการสร้างโดยบรัคไฮเมอร์เช่นกัน) และสานความสำเร็จของเขาต่อเนื่อง ด้วยหนังอุกาบาตที่อุดมไปด้วยสเปเชียลเอฟเฟ็กส์ และการเร้าอารมณ์ตามแบบอย่าง อันเป็นสูตรของฮอลลีวู้ดที่คุ้นเคยในหนังเรื่องเดียวกัน ถ้าการรวมกันของทั้งคู่ หมายถึงสิ่งที่เรียกกันว่าความสำเร็จ Pearl Harbor ก็รับตำแหน่งหนังซัมเมอร์ที่ถูกจับตามองในลำดับต้นๆ อย่างหลีกเลียงไม่ได้ เพราะหนังมากับผู้อำนวยการสร้างมือทอง ผู้กำกับมือดี ทุนสร้างในระดับยักษ์ อภิมหาสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กส์ นักแสดงในระดับแม่เหล็ก และเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ปานมหากาพย์

เนื้อหาของเรื่องราวยืนพื้นไว้ด้วยเหตุการณ์ อันเป็นหน้าหนึ่งแห่งประวัติศาสตร์การสงคราม เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่สองลุกลามไปทุกหนแห่ง อเมริกาคือประเทศที่พยายามหลีกเลี่ยง ทว่าที่สุดแล้ว เมื่อไฟแห่งการรบรากระพือพัดแรงขึ้น ญี่ปุ่นบุกเข้าทำลายฐานที่มั่นทางยุทธศาสตร์สำคัญอันหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของทัพเรือสำคัญ และฐานบินอีกจำนวนหนึ่ง คือ อ่าวเพิร์ล ฮาเบอร์ ด้วยยุทธวิธีที่มีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี และเร็วจนไม่อาจตั้งตัวติด ก่อให้เกิดความเสียหาย และคร่าชีวิตทหารและพลเมืองไปเป็นจำนวนมาก ประเทศที่เคยหันหลังนั่งดูความเป็นไปของสงคราม ก็กระโดดเข้าสู่สังเวียนแห่งการรบรา และจบลงด้วยการเอาคืนที่แสนสาหัสดังที่ทราบกันดี หนังเปิดเรื่องด้วยตัวละครเด็กน้อยสองคน คือ เรฟ และแดนนี่ สองชีวิตที่ผูกพันกันไว้ด้วยคำว่าเพื่อน คนแรกดูจะห้าวหาญและมั่นคง กล้าได้กล้าเสีย ในขณะที่อีกคนเรียบร้อย และท่าทางขาดความมั่นใจ เรฟจึงเป็นทั้งเพื่อนและพี่ในคนๆ เดียวกัน โดยเติบโตมาท่ามกลางความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักบิน และก็ประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กัน เมื่อได้กลายมาเป็นนักบินฝีมือเยี่ยมแห่งกองทัพ หนังดำเนินเหตุการณ์ช่วงแรก เป็นเรื่องของเรฟ (เบ็น แอฟเฟล็ค) และเอเวอลีน (เค็ท เบ็คคิลเซล) ด้วยเห็นในฝีมือการเหินหาวของเขา ทางกองทัพจึงขออาสาให้เรฟ ไปร่วมสมทบกับฝูงบินอีเกิ้ลของอังกฤษ ที่กำลังพันตูอยู่กับเยอรมัน และนั่นเป็นโอกาสที่เขาตะครุบอย่างไม่ลังเล ก่อนที่จะมาพบกับเอเวอลีน พยาบาลสาวแสนสวยผู้ก่อให้เกิดความรัก หนังเทช่วงแรกให้กับความสำเร็จของเรฟ โอกาสที่เขาจะได้ไปเป็นนักบินรบ ตามความใฝ่ฝัน และการเดินทางของความรักระหว่างเขากับเธอ ท่ามกลางสงครามที่กำลังคืบคลานเข้ามา ญี่ปุ่นที่กำลังทุ่มเทกำลังสมองและค้นคว้าหายุทธศาสตร์ที่จะเข้ารุกราน เรฟเข้าร่วมกับกองบินแห่งสหราชอาณาจักร เดินไปจากความรักที่กำลังผลิดอก เขาสัญญาว่าจะต้องกลับมาให้จงได้ ในขณะที่ทั้งแดนนี่เพื่อนรัก (จอช ฮาร์ทเน็ทท์) และเอเวอลีน ย้ายภาระหน้าที่ไปประจำยังเพิร์ล ฮาเบอร์ ยุทธศาสตร์สำคัญที่ญี่ปุ่นตกลงมั่นจะทำลาย

วันเวลาผ่านไป หนังตัดสลับไปมาระหว่างความรักที่ผูกพันของเรฟและเอเวอลีน กับการวางแผน "ทำลาย" ของฝ่ายญี่ปุ่น ให้เห็นถึงสองด้านที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ของสิ่งที่เรียกกันว่า สงคราม และความรัก เรฟประสบอุบัติเหตุในขณะรบ เขาหายสาบสูญ และถูกเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้ว เอเวอลีนอยู่ในสภาวะขวัญเสีย ขณะที่แดนนี่ก็เคว้งคว้าง สิ่งแวดล้อมและการเดินทางของชีวิต ทำให้คนทั้งสองเขามาผูกพันกัน และมันก็ได้กลายมาเป็นความรักขึ้นอีกครั้ง ทว่าวันหนึ่ง เรฟก็กลับมา เรื่องรักสามเส้าเกิดขึ้นได้ไม่นาน สงครามก็เข้ามาเคาะประตูบ้านลุงแซม เมื่อญี่ปุ่นเข้าบุกและทำลายเพิร์ล ฮาเบอร์อย่างยับเยิน บรรยากาศแห่งความรักเคลื่อนผ่าน และทดแทนเข้าไว้ด้วยความเสียหาย ในทุกรูปแบบที่เกิดจากการทำลายอย่างไม่ยั้ง อารมณ์ของคนดู ถูกกระชากเข้าสู่ห้วงของความโหดร้ายและน่าสะพึงกลัว หนังพยายามอย่างยิ่ง ที่จะแสดงให้เห็นถึงความเสียหายในหลายรูปแบบ ที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินและชีวิตมนุษย์ อารมณ์เรื่องกระโดดไปสู่ความหดหู่อย่างรวดเร็ว โดยนับได้ว่านี่ คือฉากการทำลายล้างในหนังสงคราม ที่โดดเด่นในแง่ของความสมจริงสมจังมากที่สุดฉากหนึ่ง หนังทำให้คนดูติดอยู่กับภาพแห่ง "สงคราม" ที่ประดังเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ความเสียหายอันประเคนมาจากเทคนิคพิเศษต่างๆ นานา ความสับสนวุ่นวายที่กระหน่ำเข้ามา โดยไม่ให้โอกาสหายใจ และสื่อสารในแง่ที่ว่า สงครามคือการทำลายล้าง การเข้ามาของมันคือ การ "กวาด" ทุกสิ่งทุกอย่างให้ราบพนาสูร คนดูได้เห็นมันอย่างชัดเจน มากไปกว่านั้น ในแง่ความรู้สึก การกระโดดไปสู่ฉากการเข้าทำลาย ซึ่งแน่นอน นี่น่าจะเป็นฉากที่หนังลงทุนไปมากที่สุด และเป็นจุดขายสำคัญที่มุ่งโฆษณา ซึ่งทำให้คนดูหลายๆ คนปรารถนาที่จะเข้าไปดูสงครามครั้งนั้นกันอย่างเร้าใจ (และหนังก็มีให้อย่างเต็มที่) คือการกระชากอารมณ์คนดู ไปสัมผัสวาทกรรมแห่งการรบราอย่างชัดเจน

ไม่อาจปฎิเสธได้ว่า ในตอนแรก หนังทำทีท่าว่าจะเป็นหนังรักท่ามกลางควันแห่งสงคราม ตลอดจนพัฒนามาเป็นเรื่องราวรักสามเส้า หนังนำเสนอตามแบบชาตินิยมว่า นี่คือประเทศที่มีที่ทางของเขาดีๆ และรักสงบอย่างที่สุด ความรัก มิตรภาพ ความทะเยอทะยาน คือ เรื่องราวอันเป็นแก่นแกนสำคัญที่คนดูเฝ้าติดตาม สงครามยังอยู่อีกไกล บรรยากาศของหนังในช่วงต้นเรียกว่า กรุ่นไอรักอย่างที่สุด แม้หนังจะได้ฉายให้ดูในขณะเดียวกันว่า ความน่าสะพรึงกลัวกำลังเข้าคืบคลานใกล้เข้ามา ความรู้สึกของคนดูเอง จึงไม่ต่างจากพลเมืองแห่งเพิร์ล ฮาเบอร์ มากนัก คือวางใจในสถานะการณ์ตรงหน้า เพราะสิ่งที่ไกล้เข้ามาคืออะไรที่ยังมองไม่เห็น เมื่อฉากสงครามถูกสาดเข้าใส่อย่างไม่ทันตั้งตัวและมากมาย ความรู้สึกของคนดูจึงเป็นการถูกชาร์ตเข้าด้วยการโจมตีของอะไรสักอย่าง และมันก็น่าจะเป็นความรู้สึกเดียวกัน กับคนที่ถูกสงครามเข้ารุกราน คนที่เพิร์ล ฮาเบอร์ ในวันที่ 7 ธันวาคม 1941 นั้นเอง ในส่วนนี้อาจมองได้ว่า เป็นการสร้างอารมณ์ที่กระโดดเกินไปของหนัง เพราะกลิ่นรักยังไม่ทันจาง กลิ่นคาวเลือดก็เข้ามาแทนที่ ทว่ามองในแง่ของผลทางอารมณ์แล้ว หนังก็ประสบความสำเร็จในส่วนของการ "สื่อสาร" อารมณ์ ความรู้สึก มากกว่า การ "สร้าง" มันขึ้นมาอย่างเป็นกระบวนการ ความพ่ายแพ้ที่ถูกยัดเยียดให้ ความเสียหายของหลากหลายชีวิตนับพัน คือสิ่งที่ไม่อาจยอมได้ ประธานาธิบดีรูสเวลล์ประกาศเข้าร่วมสงครามในทันที และกองทัพก็ดำเนินปฎิบัติการลับสุดยอด เพื่อทำสงครามกับญี่ปุ่นในเวลาต่อมา

หนังเดินหน้าในส่วนของความเป็นหนังสงครามและแอ๊คชั่นโดยเร็ว เมื่อคู่หูเสืออากาศที่ฟาดฟันกับญี่ปุ่น เมื่อเพิร์ล ฮาเบอร์ มาหมาดๆ ถูกเรียกเข้าปฎิบัติการลับครั้งนี้ ดำเนินไปตามสูตรของการเอาคืนอันสาสมของผู้แค้นเคือง และสมใจคนดูเป็นอย่างดี ตามสไตล์หนังของบรัคไฮเมอร์และเบย์ ความสงบกลับคืนมาอีกครั้ง เมื่อสงครามผ่านพ้น การจากไปของชีวิตทดแทนเข้าไว้ด้วยชีวิต ทุกอย่างต่างดำเนินวิถีของมันต่อไป มหากาพย์ความยาวสามชั่วโมงกว่าเรื่องนี้ จึงรูดม่านปิดฉากลง

ความโดดเด่นที่ชัดเจน ซึ่งก็เป็นอย่างเดียวกันกับสิ่งที่เป็นจุดขายของ Pearl Harbor เรื่องนี้ ก็คือความน่าตื่นตาตื่นใจ ตามแนวทางของหนังแอ๊คชั่นและอารมณ์ของหนัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไมเคิล เบย์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นี่คือรูปแบบที่เขาถนัดและเชี่ยวชาญที่สุด ด้วยทุนสร้างที่หนากว่าหนังเรื่องก่อนๆ คนดูจึงได้เห็นฉากสำคัญ อย่างการเข้าถล่มเพิร์ล ฮาเบอร์ ที่น่าตื่นตาตื่นใจ สมจริงสมจัง และมีพลังมากที่สุดฉากหนึ่ง ฉากแอ๊คชั่นในหนังทำได้อย่างเร้าใจ และโลดโผนโจนทะยาน ในแบบที่ต้องลุ้นตามอย่างเอาใจช่วย อีกทั้งการสร้างและเร้าอารมณ์อันดูเหมือนกับว่า จะกลายเป็นเครื่องหมายการค้าอีกอย่างหนึ่งของเบย์และบรัคไฮเมอร์ไปแล้ว ตั้งแต่ Armageddon เป็นต้นมา ปรากฎให้เห็นในหลากหลายส่วนของหนัง อารมณ์รัก เศร้า ปลุกเร้า และห้าวหาญ ถูกขับเน้นอย่างไม่ยั้ง ทั้งในรูปแบบของภาพและเสียง ไม่ว่าจะเป็นตัวละคร ฉาก ภาพ คำพูด หรือ ดนตรี อาจรู้สึกว่าเป็นอะไรที่คุ้นตา ไม่ใหม่ และใช้กันตามสูตร ทว่ามันก็ยังคงหล่อหลอมรวมกัน สร้างผลเชิงเร้าอารมณ์ให้คนดูอย่างได้ผล (อีกตามเคย) นับว่ามีผลต่อการลบล้างข้อบกพร่องของบทภาพยนตร์ ในแง่ของความต่อเนื่องของเรื่องราวและอารมณ์ การพัฒนาตัวละคร ความน่าเชื่อถือในเรื่องราว รวมทั้งทิศทาง หรือการพัฒนาแก่นแกนความคิดสำคัญของเรื่อง (ซึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่หนังมุ่งให้ความสำคัญ เท่ากับงานด้านโปรดักชั่นอยู่แล้ว)

ทว่าอย่างไรก็ตาม แม้ว่าหนังจะดูเหมือนดำเนินลักษณาการในแบบที่เรียกว่า "ตามสูตร" แทบจะทุกองค์ประกอบ หนัง Pearl Harbor ก็มิได้ขาดไร้ความคิดที่น่าสนใจแต่อย่างใด แม้ว่าจะมีการไม่ลงรอยกันระหว่างหนังรักเรื่องหนึ่ง และหนังสงครามอีกเรื่องหนึ่ง ซ้อนทับกันอยู่โดยไม่มีตัวประสานที่ดีคือ โครงเรื่องทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์ แต่นี่ก็ยังเป็นหนังที่แสดงประเด็นความคิด ในลักษณะของการแสดงออกของความคิดสงคราม และความรักอยู่บ้าง โดยนำเสนอว่า สงครามและความรัก คือคนละด้านกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งสองอย่างเกิดขึ้น และกระทำต่อชีวิตของมนุษย์เหมือนกัน แต่เป็นคนละลักษณะ หนังแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความรักนั้นสวยงามเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นความรักของเพื่อน ที่เอาตัวเข้าปกป้องและคุ้มครองกัน ความรักของหนุ่มสาวที่แสนหวาน และสร้างสวรรค์ขึ้นในชีวิตของผู้ที่มีความรัก ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ ดลบันดาลให้มีการเกิด ครั้งหนึ่งเมื่อเรฟประสบอุบัติเหตุ ทุกคนคิดว่าเขาตายแล้ว ต่อมา เขาได้มายืนอยู่ตรงหน้าคนรัก และบอกกับเธอว่า เธอเป็นผู้นำเขากลับมา เรฟกลับมาได้เพราะเธอ เพราะความรัก หากครั้งนั้น เขาได้ตายไปอย่างแน่นอนแล้ว คำวิงวอนต่อพระเจ้า ในการคำร้องขอเพื่อกลับมาดูหน้าคนรักอีกสักครั้ง คือคำตอบของความรัก และความรักได้ทำให้เขากลับมา เรฟได้เกิดใหม่ มันจึงเป็นการสร้างสรรค์ที่งดงามของความรู้สึกภายในที่เรียกว่า "รัก"

ถึงแม้ว่าช่องโหว่ของบทภาพยนตร์อันไม่สมดุลย์ จะทำให้ประเด็นของมิตรภาพระหว่างเรฟและแดนนี่ ถูกนำเสนออย่างไม่เน้น หรือพัฒนามากเท่ากับความรักของคนทั้งสอง ที่มีต่อผู้หญิงคนเดียวกัน ความรักระหว่างคนเป็นเพื่อนหรือมิตรภาพ ก็เป็นการยืนยันอีกหนึ่ง บทบาทการเป็นผู้สร้างสรรค์ของความรัก เรฟกลับจากความตายมาครั้งหนึ่ง เมื่อเขาคิดถึงเอเวอลีน และจะต้องกลับมาหาเธอให้จงได้ เพราะรักเขาจึงได้กลับมา และอีกครั้งหนึ่งต่อมา เมื่อคนเป็นเพื่อนเข้าขวางวิถีกระสุนที่สาดเข้ามาของศัตรู เพื่อปกป้องเพื่อนที่เป็นประหนึ่งศัตรูหัวใจ ความรักแสดงอำนาจการสร้างสรรค์ของมันอีกครั้งหนึ่ง เรฟจึงได้กลับมา ชีวิตเขาจึงได้คงอยู่ โดยที่แม้แดนนี่จะจากไป เขาก็ยังคงได้ทิ้งค่าความดีงามให้ระลึกถึง เป็นทายาทที่เรฟให้ชื่อเดียวกับผู้ให้กำเนิดว่า แดนนี่ ความรักมาสุดทางของมันที่ความดีงามและการสร้างสรรค์ มนุษย์คนหนึ่งได้เกิดใหม่ถึงสองครั้งด้วยสิ่งที่เรียกว่า "ความรัก" ขณะที่ภาพเปรียบเทียบอันตรงกันข้ามของความรักก็คือ "สงคราม" อันเป็นสิ่งที่เข้ามากวาดล้าง และทำลายทุกสรรพสิ่ง ความรักรักษาชีวิตเรฟไว้ ในขณะที่สงครามคร่าชีวิตคนจำนวนมากไป และมันจบลงด้วย ความเสียหาย หนังนำเสนอภาพและอารมณ์ของสิ่งตรงข้ามทั้งสองนี้ อย่างขับเน้นในเชิงเปรียบเทียบ คนดูจึงได้ตระหนักถึงสองสิ่งที่ต่างกันสุดขั้ว สุดแท้แต่ว่า มนุษย์จะได้เลือกสิ่งใดมาประดับชีวิต ตามอย่างที่ตัวละครนายพลอิโซโรกุ ยามาโมโต้ ผู้นำการทหารแห่งญี่ปุ่นกล่าวกับที่ปรึกษา เมื่อได้รับคำชื่นชมจากลูกน้องว่า เป็นผู้มีความสามารถฉลาดหลักแหลม ในการวางแผนยุทธศาสตร์เข้าทำลายเพิร์ล ฮาเบอร์ ว่า "ถ้าฉลาด ก็คงไม่ต้องทำสงคราม"

เจอรรี่ บรัคไฮเมอร์ และไมเคิล เบย์ แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พวกเขาคงจะได้ทำหนังฟอร์มยักษ์ไปอีกนาน เพราะ Pearl Harbor ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ในแง่ของการเป็นหนังสักเรื่องที่มีให้ในสิ่งที่คนดูอยากดู และสั่งได้ในส่วนของการเร้าอารมณ์ตามแบบที่ควรจะมี ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สำคัญของหนัง หนังจึงน่าจะประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัยในแง่พาณิชย์ และน่าจับตามองต่อไปว่า บนเนื้อหาเรื่องราวอันคาดเดาได้ตามสูตรแบบนี้ ในหนังเรื่องต่อไป คนทั้งสองจะพลิกแพลงเอาอะไรมาให้คนดูได้ตระการตา และฟูมฟายในความรู้สึกกันอีก ซึ่งแน่นอนว่า มันจะต้องเป็นอะไรที่ใหญ่ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกอย่างแน่นอน

Home

dvdmovie@se-ed.net